วิธีการตั้งชื่อของพระอริยะเจ้า
จากหนังสือ ตายไม่สูญ…แล้วไปไหน
โดยหลวงพ่อฤาษีลิงดำ (พระราชพรหมยาน) วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี
หนังสือดังกล่าวรวบรวมคำสอนของหลวงพ่อฤาษีลิงดำจากหนังสือต่างๆ โดยมีเจตนาเพื่อยืนยันเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดคือตายแล้วไม่สูญ คณะผู้จัดทำไม่ได้มีเจตนาจะแนะนำเรื่องการตั้งชื่อหรือเปลี่ยนชื่อแต่ประการใด หากเพราะผู้เรียบเรียงเองที่อ่านเจอแล้วเกิดความสนใจจึงนำมาเสนอไว้เพื่อ เป็นแง่คิดในเรื่องวิธีการตั้งชื่อ
เรื่อง...จากพรหมมาเกิดเป็นคน (เรื่องที่ ๑๑๕ หน้า ๒๓๙)
อ้างอิงจาก http://www.luangporruesi.com/753.html
“…มีสองสามีภรรยามาขอให้อาตมาช่วยตั้งชื่อลูกชาย ก็ถามว่า “ ลูกชายเกิดวันอะไร ” เขาก็ตอบว่า “ วันพฤหัสบดี ” ก็บอกว่า “เด็กคนนี้นักรบชั้นดีนะ” ให้ชื่อ “สุรสิทธิ์” หรือ “สุรเดช” เรื่องชื่อนี้ถามข้างบนอีกทีว่า เด็กคนนี้มาจากไหนเพื่ออะไร ท่านบอกว่าเด็กคนนี้เกิดมาเพื่อเป็นทหาร จะเป็นทหารอะไรก็ได้ตามสบายเขา ก็ดีทั้งนั้นแหละอย่าไปขวางเขานะ
ฉันว่าชื่อ “สรุเดช” ดีกว่า แปลว่า มีอำนาจมาก
สุรสิทธิ์ แปลว่า กล้าที่จะยึดเมืองต่าง ๆ
เด็กคนนี้ต้องระวังหน่อยนะ คือว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่นี่ต้องถือเหตุผลเป็นสำคัญ อย่าทำอะไรประเภทไม่มีเหตุผล เพราะเด็กคนนี้มาจากพรหม พวกพรหมจิตจะแข็งเพราะพรหมเขามาจากฌานถ้าหากว่าไม่ มีเหตุผลจะมีสภาพเหมือนคนจองหอง ไม่ง้อใคร พูดง่ายๆก็คือ ถ้าเรื่องอยุติธรรมนี่ไม่ยอมก้มหัวให้แน่ เพราะพวกพรหมไม่ประจบ แต่ตอนเด็กๆเอาแน่ไม่ได้ในระยะต้นกรรมที่เป็นอกุศลบางอย่างอาจทำให้เฉไฉไป บ้าง เป็นเรื่องธรรมดา และต่อไปกุศลจะเข้า เราควรดีใจว่าลูกเราจะเป็นคนมีเหตุผล ต่อไปข้างหน้าพวกนี้จะลงมามาก จะขึ้นมีอำนาจในเมือง...”
---- จบเนื้อหาข้อมูลที่ยกมาอ้างอิง ----
ข้อสังเกตจากผู้เรียบเรียง
เนื่องจากไม่ทราบเวลาเกิดของเด็กคนนี้จึงตั้งข้อสังเกตว่าหากเด็กคนนี้เกิดวัน พฤหัสในระหว่างเวลา 0.00-5.59 น. แม้ในทางสากลจะถือว่าเป็นวันพฤหัสแล้วแต่ยังเป็นวันพุธตามหลักโหราศาสตร์ ไทย ชื่อ สุรเดช จะมีอักษร ช เป็นกาลกิณี
แต่ถ้าเด็กเกิดระหว่างเวลา 6.00-24.59 น. ก็จะถือว่าเป็นวันพฤหัสแล้วตามหลักโหราศาสตร์ไทย ชื่อ สุรเดช จะมีอักษร ด เป็นกาลกิณี
สรุปคือไม่ว่าจะเกิดเวลาใด ชื่อ สุรเดช ก็มีอักษรกาลกิณีแน่นอน ดังนั้นท่านที่ยึดหลักว่าการตั้งชื่อห้ามใช้อักษรกาลกิณีเด็ดขาดนั้นโปรด พิจารณาทบทวนว่าหลักการดังกล่าวเชื่อถือได้หรือไม่
หากวิเคราะห์ชื่อ สุรเดช ตามหลักเลขศาสตร์จะมีค่าเท่ากับ 17 (รายละเอียดการแยกตามอักษร ส=7 สระอุ=1 ร=4 สระเอ=2 ด=1 ช=2 ) เมื่อพิจารณาแล้วก็จะเห็นว่าไม่ใช่ค่าเลขที่ดีเลย เช่นตำราว่า หมายเลข 17 นี้ไม่เหมาะกับทั้งบุรุษและสตรีเพราะหมายถึงการถูกจำกัดอำนาจ ตกจากตำแหน่งหน้าที่การงาน และมักมีปัญหาเรื่องคู่
อันที่จริงชื่อ สุรสิทธิ์ นั้นได้ค่าเลขศาสตร์ที่ดียิ่งกว่าคือ 41 (รายละเอียดการแยกตามอักษร ส=7 สระอุ=1 ร=4 ส=7 สระอิ=4 ท=1 ธ=4 สระอิ=4 ตัวการันต์=9 ) แต่หลวงพ่อกลับให้ใช้ชื่อ สุรเดช ที่ได้ค่าตัวเลข 17 ซึ่งทางตำราเลขศาสตร์ว่าไม่ดีเลย ซึ่งมตินี้ตรงกับโหราจารย์ระดับอาจารย์หลายๆท่านที่ไม่ใช้วิชาเลขศาสตร์ในการตั้งชื่อเลย
ดังนั้นท่านที่นิยมตั้งชื่อด้วยเลขศาสตร์นั้นโปรดพิจารณาทบทวนว่าหลักการตั้งชื่อด้วยเลขศาสตร์นี้เชื่อถือได้หรือไม่
โปรดทราบว่าที่ยกตัวอย่างมานี้คือหลวงพ่อท่านสงเคราะห์โยมที่ขอความช่วยเหลือให้ ตั้งชื่อให้กับเด็กที่เกิดใหม่ ไม่ใช่การแนะนำให้คนหันมาเปลี่ยนชื่อกัน
การตั้งชื่อของพระอริยเจ้าเช่นหลวงพ่อฤาษีลิงดำนั้นท่านใช้วิชามโนมยิทธิถามเอาจากข้างบน แต่ที่ผู้เรียบเรียงสนใจคือการตั้งชื่อของท่านนั้นไม่ต้องเลี่ยงอักษร กาลกิณีในชื่อ ดังนั้นอักษรกาลกิณีจึง ไม่ใช่ข้อห้ามหรือสิ่งที่จะต้องกังวลดังเช่นที่หมอดูชอบทายทัก การทาย ทักให้เปลี่ยนชื่อด้วยเพียงเพราะเรื่องอักษรกาลกิณีหรือค่าเลขศาสตร์ไม่ดี นั้นไม่ควรเชื่อถือ ผู้เชี่ยวชาญจริงนั้นต้องสามารถพยากรณ์อิทธิพลจากชื่อได้ว่าดีร้ายเรื่อง อะไรและมีผลรุนแรงในระยะใด โดยเฉพาะเรื่องอักษรกาลกิณีในบางดวงชะตาสามารถที่จะใช้อักษรกาลกิณีในชื่อ ได้ไม่ใช่ข้อห้ามแบบเด็ดขาด บางครั้งกาลกิณียังนำโชคเสียอีกด้วยโดยไม่จำเป็นต้องมีกาลกิณีหลายๆตัวเพื่อ หักล้างกันแต่อย่างใด เช่นผู้เรียบเรียงนี้เป็นคนเกิดวันเสาร์แต่ก็ยังใช้ชื่อว่า การัณ โดยมีอักษร ณ เป็นกาลกิณี
ดังนั้นหากชีวิตของท่านนั้นปกติราบรื่นดีก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนชื่อเพียง แค่เพราะหมอดูทักว่าชื่อมีอักษรกาลกิณีหรือมีค่าเลขศาสตร์ไม่ดีหรอก ครับ การันตี !!
หมายเหตุ : หลวงพ่อฤาษีลิงดำเป็นศิษย์ของหลวงพ่อปานวัดบางนมโค หลวงพ่อมรณะภาพเมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๓๕ ปัจจุบันกายสังขารซึ่งไม่เน่าเปื่อยของท่านบรรจุอยู่ในโลงแก้วที่วัดท่าซุง
ประวัติโดยย่อ พระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
พระราชพรหมยาน หรือ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ อดีตเจ้าอาวาสวัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี มีผู้รู้จักชื่อเสียงของท่านเป็นอย่างดีเนื่องจากท่านมีลูกศิษย์มากมายทั่ว ประเทศ บารมีของท่านเป็นที่ประจักษ์แก่ศิษยานุศิษย์ บางคนว่าท่านมีญาณหยั่งรู้วาระจิต เทศน์เก่งเป็นที่จับใจผู้ฟัง เมื่อท่านยังมีชีวิตจะมีญาติโยมผู้ศรัทธามาทำบุญปฏิบัติธรรมกันที่วัดท่าซุง นับเป็นหมื่น ๆ คน วิชาที่ท่านพร่ำสอนให้ศิษย์ได้รู้เห็น คือ วิชามโนมยิทธิ เป็นการฝึกฤทธิ์ทางใจ และวิชาเป่ายันต์เกราะเพชรที่ท่านได้รับการถ่ายทอดโดยตรงมาจากหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค
หลวงพ่อเคยปรารถนาพุทธภูมิมาก่อน ได้สร้างสมอบรมบารมีมานับภพชาติไม่ถ้วน ต่อมาท่านได้ลาพุทธภูมิแล้วบำเพ็ญเพื่อเข้าสู่อรหัตภูมิ หลังจากท่านมรณภาพแล้ว ปรากฎมีพระธาตุเสด็จมาเกาะที่สังขารของท่านมากมาย แม้แต่ชานหมากและเกศายังแปรเปลี่ยนเป็นพระธาตุ ส่วนพระเครื่องของท่าน เช่น พระคำข้าว พระคำหมาก เหรียญรูปเหมือน และอื่นๆอีกมากก็ล้วนได้รับความนิยม วิชามโนมยิทธิที่ท่าเผยแผ่ได้เป็นที่รู้จักและมีสนใจปฏิบัติฝึกฝนทั้งใน ประเทศและต่างประเทศ
หลวงพ่อฤาษีลิงดำมรณภาพเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2535 สิริรวมอายุ 75 ปี 55 พรรษา ปัจจุบันกายสังขารซึ่งไม่เน่าเปื่อยของท่านบรรจุอยู่ในโลงแก้วที่วัดท่าซุงเพื่อให้ผู้ที่มีศรัทธาได้มีโอกาสไปกราบไว้บูชา
หากผิดพลาดประการใดลูกกราบขอขมาต่อหลวงพ่อพระราชพรหมยาน ขอหลวงพ่อได้โปรดอดโทษให้แก่ลูกตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน
สงวนสิทธิ์บทความ ห้ามคัดลอกหรือเลียนแบบส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมด
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น